DMCR NEWS

เร่งฟื้นฟูแนวปะการัง หลังพบการท่องเที่ยวแบบผิดวิธี

  • 12 ก.พ. 2561
  • 305

สบทช.8 เร่งฟื้นฟูแนวปะการัง หลังพบการท่องเที่ยวแบบผิดวิธีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปะการังได้รับความเสียหาย และฟื้นตัวช้า

วันที่ 11 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิชัย สมรูป ผอ.สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 พร้อมนักดำน้ำจิตอาสาจำนวน 35 คน ลงพื้นที่หมู่เกาะไข่ ต.พรุใน อ.เกาะยาว จ.พังงา เพื่อช่วยกันขนย้ายอิฐบล็อกคานไปวางเรียงใต้น้ำเป็นฐานเทียม ก่อนจะช่วยกันเก็บกิ่งปะการังหักนำกลับมาติดตั้งบนฐานเทียมเพื่อเพาะฟักกิ่งอ่อนปะการัง และฟื้นฟูแนวปะการังรอบหมู่เกาะไข่ หลังพบการท่องเที่ยวแบบผิดวิธีอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 10 ปี ทำให้แนวปะการังเสื่อมโทรมและมีการฟื้นตัวช้า

นายวิชัย สมรูป เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจปะการังรอบๆ หมู่เกาะไข่ พบว่าในช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมาได้มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากแวะเวียนเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่หมู่เกาะไข่ จ.พังงา อย่างผิดวิธี ซึ่งส่งผลกระทบให้ปะการังบางส่วนได้รับความเสียหายและยังพบต่อไปว่าแนวปะการังบางส่วนฟื้นตัวได้ช้ากว่าปกติ

เพื่อเป็นการทำให้แนวปะการังรอบหมู่เกาะไข่มีการฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยไม่กระทบกับการท่องเที่ยวซึ่งสร้างรายได้เป็นจำนวนมากให้กับประเทศไทย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจึงได้จัดทำ "โครงการฟื้นฟูปะการังรอบหมู่เกาะไข่" ด้วยการนำอิฐบล็อกคานไปวางเรียงใต้น้ำเป็นจุดๆ ตามความลึกที่เหมาะสมของปะการังที่จะนำมาขยายพันธุ์ เพื่อสร้างเป็นฐานเทียมสำหรับยึดเกาะ ก่อนจะเก็บกิ่งปะการังที่หักจากบริเวณใกล้เคียงนำกลับมาติดตั้งบนฐานเทียม และนำทุ่นไปวางล้อมรอบเป็นสัญลักษณ์เพื่อป้องกันการรบกวน ซึ่งจะทำให้บริเวณดังกล่าวกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ตัวอ่อนปะการังสำหรับหมู่เกาะไข่โดยตั้งเป้าภายในสิ้นปีงบประมาณ 2561 จะต้องปลูกปะการังให้ได้จำนวน 30 ไร่

นอกจากแผนการฟื้นฟูดังกล่าวแล้ว นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งยังได้มีนโยบายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกมาตรการที่จะช่วยอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการังทางอ้อม เช่น มาตรการชายหาดปลอดบุหรี่ การประกาศคุ้มครองพื้นที่ตามมาตรา22 พรบ.กระทรวงทรัพยากรทางทะและชายฝั่ง 2558 ซึ่งจะส่งผลต่อการอนุรักษ์ปะการังในระยะยาวต่อไป

และเนื่องจากปีนี้เป็น "ปีแห่งปะการังสากล" จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทย ช่วยกันหวงแหนปะการัง ช่วยกันอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการังในทุกน่านน้ำของประเทศไทย ให้เป็นสมบัติอันล้ำค่า สร้างมูลค่าด้านการท่องเที่ยว เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ สร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศทางทะเลตราบนานเท่านาน

ที่มา  NEW18 ออนไลน์

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง