การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ทางทะเล ครั้งที่ 6
DMCR Application
รัชกาลที่ 10
ระบบฐานข้อมูลกลางและมาตรฐานข้อมูล ทช.
คำสอนของพ่อ
Barcode 3D  DMCR กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง Department of Marine and Coastal Resources, Thailand
FAQ

รายละเอียดพื้นที่ป่าชายเลนของประเทศไทย

พื้นที่ป่าชายเลนของประเทศไทยตามการจำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลน ปี 2552 

มีรายละเอียด ดังนี้

                   พื้นที่ป่าชายเลนรวมทั้งหมด                                          2,920,257.72     ไร่

- ป่าชายเลน                                                              1,525,060.56     ไร่

- นากุ้ง                                                                         355,253.99     ไร่

- หาดเลน                                                                     180,388.58     ไร่

- นาเกลือ                                                                     176,577.65     ไร่

- พื้นที่เกษตร                                                                625,590.91     ไร่

- พื้นที่ทิ้งร้าง                                                                    2,773.39     ไร่

- เหมืองแร่                                                                        1,441.21     ไร่

- ท่าเรือ                                                                              429.33      ไร่

- เขตเมือง                                                                      19,134.64      ไร่

- ป่าชายหาด                                                                    2,708.94      ไร่

- ป่าพรุ                                                                          19,559.13      ไร่

- ป่าบก                                                                          11,339.39      ไร่

จำแนกประเภทการใช้ประโยชน์ป่าชายเลน

จากการสำรวจพื้นที่ป่าชายเลน โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เมื่อปี พ.ศ. 2552 มีการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลน ดังนี้

1. ป่าชายเลนมีพื้นที่ (ตามที่ยังคงสภาพอยู่จริง)                                 1.525 ล้านไร่

    1.1 พื้นที่ป่าสมบูรณ์                                                                          0.750 ล้านไร่  

    1.2 พื้นที่ป่าเสื่อมโทรม                                                                      0.775 ล้านไร่

2. พื้นที่ป่าที่ถูกเปลี่ยนสภาพไป                                                         1.394 ล้านไร่

    2.1 พื้นที่ไม่สามารถฟื้นฟูได้อย่างสิ้นเชิง                                             0.208 ล้านไร่

          (นาเกลือ, เหมืองแร่, ท่าเรือ, เขตเมือง และป่าบก)

    2.2 พื้นที่สามารถฟื้นฟูได้                                                                  1.186 ล้านไร่

          (นากุ้ง, หาดเลน,พื้นที่เกษตร, พื้นที่ทิ้งร้าง, ป่าชายหาด และป่าพรุ)

รวมพื้นที่ทั้งหมด                                                                                 2.920 ล้านไร่

ผลการดำเนินงานคุ้มครองป้องกันการบุกรุกทำลายทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ปี 2555, 2556

ผลการจับกุมปี 2555 รวมผลคดีจำนวน 92 คดี จำนวน 551 คน ประกอบด้วยคดีอวดลาก 36 คดี อวนรุน 12 คดี อวนล้อมกลางคืน 11 คดี อวนล้อมกลางวัน 4 คดี คราดหอยสองฝา 10 คดี สัตว์ป่าสงวนและคุ้มครอง 1 คดีและอื่นๆ 13 คดี


ผลการจับกุมปี 2556 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2555 31 มีนาคม 2556 รวมผลดีจำนวน 54 คดี จำนวนผู้ต้องหา 215 คน คดีอวนลาก 19 คดี อวนรุน 10 คดี อวนล้อมกลางคืน 6 คดี คราดหอยสองฝา 8 คดี อวดล้อมหลังหิน 1 คดี อวนครอบอวนช้อน 3 คดี สัตว์ป่าสงวนและคุ้มครอง 1 คดี เขตคุ้มครอง 5 คดี และอื่นๆ 13 คดี

มาตรการในการคุ้มครองป้องกันทรัพยากรป่าชายเลนและสถานการณ์การบุกรุกในปัจจุบัน

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมีมาตรการในการคุ้มครองป้องกันทรัพยากรป่าชายเลนและสถานการณ์การบุกรุกในปัจจุบัน ดังนี้

1. มาตรการป้องกัน

    1.1 ให้สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนทุกสถานีจัดชุดลาดตระเวน เฝ้าระวังมิให้มีการบุกรุกทั่วพื้นที่ โดยให้ลาดตระเวนอย่างเข้มข้นในพื้นที่ที่ล่อแหลมต่อการบุกรุก

    1.2 จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์เพื่อการอนุรักษ์และแจ้งเบาะแสการบุกรุกอย่างทั่วถึง

    1.3 จัดให้มีการฝึกอบรมเพื่อสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ป่าชายเลนให้แก่ราษฎรรอบพื้นที่ป่า

2. มาตรการปราบปราม

    2.1 ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้อย่างเคร่งครัด

    2.2 สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดคดีรายใหญ่

    2.3 จัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการปฏิบัติงาน

    2.4 ติดตามผลคดีให้ถึงที่สุด

การมีส่วนร่วมของชุมชนกับการอนุรักษ์ป่าชายเลน

ปัจจุบันประเทศไทยมีชุมชนชายฝั่งที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลนหรือติดกับป่าชายเลน และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ต้องพึ่งพิงป่าชายเลนประมาณ 958 หมู่บ้าน อยู่ในพื้นที่ต่างๆ คือ บริเวณพื้นที่ป่าชายเลนชายฝั่งทะเลอันดามัน ในจังหวัดระนอง พังงา กระบี่ ตรัง สตูล และจังหวัดภูเก็ต พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณภาคตะวันออกในจังหวัดระยอง และจันทบุรี บริเวณภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ท้องที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณอ่าวไทยตอนบน ในจังหวัดฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และจังหวัดเพชรบุรี ชุมชนชายฝั่งเหล่านี้ต้องประสบปัญหาด้านต่างๆ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของป่าชายเลน เช่น ปัญหาสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม ผลผลิตทางการประมงลดลง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน และจากผลกระทบดังกล่าวทำให้หลายชุมชนเริ่มมีความตระหนักถึงความสำคัญของป่าชายเลนเพิ่มขึ้นในระดับหนึ่ง นอกจากนี้บางชุมชนมีกลุ่มอนุรักษ์ที่มีความเข้มแข็ง แต่ยังขาดการสนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่องจากภาครัฐ

แนวทางการจัดการทรัพยากรป่าชายเลนแบบมีส่วนร่วม โดยมุ่งเน้นประสานความร่วมมือจากประชาชนในท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักทั้ง 958 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นผู้ได้รับประโยชน์และได้รับผลกระทบจากระบบนิเวศป่าชายเลนที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นทิศทางในการบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนที่จะทำให้เกิดความ สำเร็จและยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มอนุรักษ์ สนับสนุนกิจกรรมการอนุรักษ์ของชุมชนในพื้นที่ ส่งเสริมและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนโดยใช้ป่าชายเลนเป็นฐาน และพัฒนาองค์ความรู้ของชุมชนที่อยู่บริเวณชายฝั่งให้ครอบคลุม ซึ่งการดำเนินงานต่างๆ เหล่านี้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ซึ่งจะถูกรับฟังและนำไปปฏิบัติและพัฒนาแนวทางการอนุรักษ์ โดยหน่วยงานจะเป็นผู้ประสานองค์ความรู้ ความเข้าใจ และการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของท้องถิ่น ความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลรักษาป่าชายเลนในท้องถิ่นของตนเอง นอกจากนำมาสู่การร่วมกันของชุมชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่สำคัญของชาติให้คงความสมบูรณ์อย่างยั่งยืนและก่อให้เกิดการขับเคลื่อนองค์กรหรือเครือข่ายด้านการอนุรักษ์แล้ว ที่สำคัญคือชุมชนเองก็มีความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมด้วย

กิจกรรมสนองพระราชดำริ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในการดำเนินงานระยะ 5 ปี (1 ตุลาคม 2554 - 30 กันยายน 2559)

ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นับว่ามีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ดังนั้น การให้ความสำคัญ ต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งด้านการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องดำเนินงานบนพื้นฐานทางวิชาการ เพื่อใช้เป็นฐานความรู้ในการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์ และระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบันตลอดเวลา กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ขอพระราชทานอนุญาตเข้าร่วมสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในการดำเนินงานระยะ 5 ปี (1 ตุลาคม 2554 - 30 กันยายน 2559) และได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้เข้าร่วมสนองพระราชดำริในโครงการอนุรักษ์พันธุ์พืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ

การดำเนินงานภายใต้แผนแม่บท โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ระยะ 5 ปี (1 ตุลาคม 2554 - 30 กันยายน 2559) ทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ประกอบด้วยกิจกรรม 

1. สำรวจ รวบรวมตัวอย่าง เก็บรวบรวมพันธุกรรมพืชและสัตว์ทะเล เช่น หญ้าทะเล, ส่าหร่ายทะเล และสัตว์ทะเลต่างๆ 

2. จำแนกชนิด วิเคราะห์และเก็บรวบรวมและเก็บรักษาตัวอย่างเพื่อเป็นตัวอย่างในการศึกษาหรือเก็บในพิพิธภัณฑ์พืชและสัตว์ทะเล 

3. พัฒนาระบบพิพิธภัณฑ์ และจัดทำโปรแกรมสำหรับระบบศูนย์ข้อมูลทรัพยากรพืชและสัตว์ทะเล      

4. เสริมสร้างองค์ความรู้ จิตสำนึก และความตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เช่น การจัดศูนย์เรียนรู้ธรรมชาติวิทยาพืชและสัตว์ทะเล ฝึกอบรมเรียนรู้ ธรรมชาติวิทยาพืชและสัตว์ทะเล เอกสารเผยแพร่ และเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์ 

 

จากจำนวนทั้งหมด 27 รายการ

สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.๒๕๕๖ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
พัฒนาระบบโดย ศูนย์สารสนเทศ กองแผนงาน
ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดในเว็บไซต์นี้ไปทำซ้ำหรือเผยแพร่ในรูปแบบใดๆ หรือวิธีอื่นใดยกเว้นเพื่อ วัตถุประสงค์ทางการศึกษา
หากมีความประสงค์ใช้ข้อมูลตัวเลขหรือข้อมูลเชิงพื้นที่ในการอ้างอิงโปรดสอบทานความถูกต้องกับหน่วยงานโดยตรง
เริ่มใช้งานตั้งแต่ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๖

Home    |    About Us    |    News    |    Career    |    Faq    |    Sitemap    |    Contact Us