DMCR Application
ระบบฐานข้อมูลกลางและมาตรฐานข้อมูล ทช.
คำสอนของพ่อ
Barcode 3D  DMCR กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง Department of Marine and Coastal Resources, Thailand
FAQ

ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมีอะไรบ้าง ขอบเขตการปฏิบัติงานของ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นอย่างไร

1. ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งประกอบด้วย ป่าชายเลน ปะการัง หญ้าทะเล สัตว์ทะเล ได้แก่ สัตว์น้ำ (ประมง) และสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์

2. สถานภาพทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งโดยรวม

     2.1 ป่าชายเลนพื้นที่ป่าชายเลนจากการตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียม Landsat 5 มาตราส่วน 1: 50,000 ดำเนินการโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมีสภาพป่า จำนวน 1.52 ล้านไร่

     2.2 ปะการัง พื้นที่ปะการังรวมทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน 128,256 ไร่

    2.3 หญ้าทะเล พื้นที่หญ้าทะเลรวมทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน 118,665 ไร่

     2.4 สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ 

3. ขอบเขตการปฏิบัติงานของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมี 2 ส่วน ได้แก่ เขตการปฏิบัติงานบนบก และในทะเล

     3.1 เขตการปฏิบัติงานบนบก ได้แก่พื้นที่ป่าชายเลน ทั้งที่ยังมีสภาพป่าและพื้นที่ถูกบุกรุก จำนวน 2.3 ล้านไร่ และการแบ่งเขตการใช้ที่ดินในตำบลชายฝั่งที่มีอิทธิพลของน้ำทะเลเข้าถึง

     3.2  เขตปฏิบัติการในทะเล ยังมิได้มีการตกลงกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมประมง ในปัจจุบันยึดพื้นที่ในทะเลห่างฝั่ง 3 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นเขตอนุรักษ์ชายฝั่ง ตลอดความยาวชายฝั่ง 3,148 กิโลเมตร ดังนั้น จึงมีพื้นที่ปฏิบัติการในทะเลที่เป็นเขตอนุรักษ์ประมาณ 9,000 ตารางกิโลเมตร และรวมพื้นที่ทะเลในเขตเศรษฐกิจจำเพาะอีก 323,488 ตารางกิโลเมตร

 

การคุ้มครองป้องกันทรัพยากรทางทะเล สิ่งกรมได้ดำเนินการไปแล้วเท่าไร (จากพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด) และจะต้องดำเนินการในปี 2557 และในปีต่อๆ ไปอีกเท่าไร และกรมมีวิธีดำเนินการอย่างไร

1. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีภารกิจคุ้มครองป้องกันทรัพยากรทางทะเล 

    1.1 พื้นที่ชายฝั่งทะเลของประเทศไทย พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งจรดพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะ รวม 323,488.32 ตารางกิโลเมตร

    1.2 แนวปะการัง มีพื้นที่รวม 128,256 ไร่

    1.3 แหล่งหญ้าทะเล 12 ชนิดพันธุ์ มีพื้นที่รวม 118,665 ไร่

    1.4 ระบบนิเวศเกาะ มีเกาะกระจายอยู่ใน 19 จังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 936 เกาะ

    1.5 สัตว์ทะเลหายาก ได้แก่ เต่าทะเล พะยูนโลมาและวาฬ

2. พื้นที่รับผิดชอบ รวม 323,488.32 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยพื้นที่อ่าวไทย 202,676.20 ตารางกิโลเมตร และในทะเลอันดามัน 120,812.12 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีความยาวชายฝั่งทะเล รวม 3,148.23 กิโลเมตร ฝั่งอ่าวไทยมีความยาว 2,055.48 กิโลเมตร และทะเลอันดามัน 1,093.05 กิโลเมตร ครอบคลุมจังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล 23 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ตกระบี่ ตรัง และสตูล และจังหวัดที่ได้รับอิทธิพลจากการขึ้นถึงของน้ำทะเลในปัจจุบัน ได้แก่ จังหวัดพัทลุง รวมเป็น 24 จังหวัด แยกเป็น 138 อำเภอ และ 816 ตำบล มีพื้นที่เขตที่ดินชายฝั่งทะเล 33,278 ตารางกิโลเมตร

3. หน่วยงานรับผิดชอบ คือ สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีหน่วยงานอยู่ในพื้นที่ 6 หน่วย ได้แก่

    3.1 ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 รับผิดชอบพื้นที่ทะเลจังหวัดตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี

    3.2 ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 รับผิดชอบพื้นที่ทะเลจังหวัดฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี

    3.3 ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 รับผิดชอบพื้นที่ทะเลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี

    3.4 ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 รับผิดชอบพื้นที่ทะเลจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส

    3.5 ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 รับผิดชอบพื้นที่ทะเลจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต

    3.6 ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 รับผิดชอบพื้นที่ทะเลจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล

4. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 กรมยังคงภารกิจคุ้มครองป้องกันทรัพยากรทางทะเล ในพื้นที่รับผิดชอบ รวม 323,488.32 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยพื้นที่อ่าวไทยและทะเลอันดามัน เนื่องจากเป็นพื้นที่ทางทะเลที่ไม่สามารถแบ่งขอบเขตการปฏิบัติงานได้ และยิ่งต้องเพิ่มประสิทธิภาพและการปฏิบัติงานให้มากขึ้น เพื่อให้สามารถคุ้มครองป้องกันทรัพยากรทางทะเลได้ทุกพื้นที่รับผิดชอบ

ปัจจุบัน มีเรือตรวจการณ์รวม 54 ลำการออกปฏิบัติงานคุ้มครองฯโดยเรือทรัพยากรฯ จำนวน 54 ลำออกปฏิบัติเดือนละ 10 วัน วันละ 3 ชั่วโมง และตามภารกิจเร่งด่วน เพิ่มเป็นเดือนละ 10 วันวันละ 5 ชั่วโมงและ ตามภารกิจเร่งด่วน ครอบคลุมพื้นที่ 323,488 ตารางกิโลเมตรหรือ ดังนั้น เฉลี่ย 1 จังหวัด ดูแลพื้นที่ 325 ตารางกิโลเมตร ตลอดพื้นที่ชายฝั่งของประเทศไทยจำนวน 24 จังหวัดชายทะเล (รวมทะเลสาบสงขลา จ.พัทลุง)

นอกจากนี้การคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งโดยการจัดทำเครื่องหมายแสดงแนวเขตพื้นที่คุ้มครองระบบนิเวศและทรัพยากรทางทะเลจากเดิมมีการติดตั้งทุ่นจำนวน 250 ทุ่น เพิ่มเป็น 400 ทุ่น โดยดำเนินกระบวนการสำรวจทุ่นที่จัดทำมีความชำรุดหรือหายมากน้อยเพียงใดและเพิ่มเติมทุ่นผูกเรือ ทุ่นแสดงแนวเขตดำเนินการติดตั้งและจัดวางบริเวณแนวปะการังและปะการังเทียมให้ครอบคลุมพื้นที่เพื่อเป็นการลดปัญหาการถูกทำลายโดยการทิ้งสมอเรือและกันเขตจากการบุกรุกทำลายของเรือประมงทุกชนิด

แนวทางการการกำหนดพื้นที่คุ้มครองป่าชายเลน เป็นอย่างไร

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ดำเนินการสำรวจเปรียบเทียบสถานภาพและศักยภาพของ ป่าชายเลนประเทศไทย เพื่อกำหนดเป็นพื้นที่คุ้มครองพิเศษ โดยประยุกต์ใช้หลักการจัดการเขตสงวนชีวมณฑล (Biosphere reserve) คือ กำหนดพื้นที่เป็น 3 โซน คือ โซนอนุรักษ์ (core area) โซนกันชน (buffer zone) และโซนการใช้ประโยชน์ (transition zone) แต่ละโซนมีการกำหนดรูปแบบและมาตรการในการใช้พื้นที่ต่างกัน
โดยในชั้นแรกนี้กำหนดพื้นที่คุ้มครองไว้ 5 แห่ง คือ

1. บริเวณอ่าวพังงา (ภูเก็ต, พังงา และกระบี่)

2. บริเวณภาคใต้ตอนล่าง (ตรังและสตูล)

3. บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก (ระนองและพังงา)

4. บริเวณอ่าวไทยตอนบน (ตราด, จันทบุรี และระยอง)  

5. บริเวณอ่าวไทยตอนกลาง (ชุมพรและสุราษฎร์ธานี)   

การตายของสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ เช่น เต่าทะเล โลมา วาฬ และพะยูน ตามข่าวหนังสือพิมพ์/โทรทัศน์ ส่วนใหญ่มีสาเหตุจากอะไร? กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีแนวทางการดำเนินงาน/แก้ไข อย่างไร

การเกยตื้นของโลมาส่วนใหญ่ มีสาเหตุจากการป่วยตามธรรมชาติด้วยการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ในขณะที่การเกยตื้นของเต่าทะเลและพะยูนเป็นสาเหตุจากเครื่องมือประมง นอกจากนี้ยังพบว่ามีเต่าทะเลและโลมาเกยตื้นจากปัญหาขยะ เช่น การกลืนกินขยะ หรือการติดอวนที่ถูกทิ้งเป็นขยะทะเลเพิ่มขึ้นมาก


กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้จัดตั้งหน่วยงานช่วยเหลือสัตว์ทะเลเกยตื้นซึ่งมีศูนย์หลัก 2 แห่ง คือที่จังหวัดภูเก็ต และระยอง เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูสัตว์ทะเลเกยตื้นให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามธรรมชาติได้ต่อไป นอกจากนี้ยังมีการทำงานร่วมกับชุมชน โดยเฉพาะชุมชนประมง เพื่อจัดทำพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก เช่น พื้นที่อนุรักษ์พะยูน จังหวัดตรัง พื้นที่อนุรักษ์โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา มีการรณรงค์การเก็บขยะในทะเลและชายหาดเป็นประจำทุกปี

แนวทางการฟื้นฟูและช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากเป็นอย่างไร

         กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีภารกิจหน้าที่การศึกษาวิจัย พัฒนาการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงพืชและสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ มีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเล เนื่องจาก เป็นผู้บริโภคลำดับขั้นสูงสุดในห่วงโซ่อาหาร เป็นตัวบ่งชี้ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ นอกจากในระดับภูมิภาค สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์หลายชนิดมีการเดินทางโยกย้ายถิ่นในระยะไกล (Migratory Species) มีเขตแหล่งอาศัยและแหล่งอาหารร่วมกันระหว่างประเทศภูมิภาค จึงจัดเป็นกลุ่มสัตว์ทะเลที่เป็นทรัพยากรร่วมกันระหว่างประเทศ และสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์บางชนิดพันธุ์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจและเข้าไปมีบทบาทอยู่บนเวทีโลก เช่น เต่าทะเล 

          จากสภาพปัญหาที่ก่อให้เกิดผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อสภาพแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ส่งผลกระทบในแง่ลบต่อสภาพแวดล้อมและสิ่งชีวิตในท้องทะเลโดยรอบทั้งฝั่งทะเลอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยที่สำคัญและจำนวนของสัตว์ทะเลที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ อาทิ เต่าทะเล พะยูน โลมาและปลาวาฬ  มีจำนวนลดลงเรื่อย ๆ อย่างน่าเป็นห่วง จากการดำเนินงานที่ผ่านมาของกรมฯ พบว่าการเกยตื้นทั้งในสภาพที่ตายและมีชีวิต (Stranding) ของเต่าทะเล โลมา-ปลาวาฬ และพะยูน ไม่น้อยกว่า 200 ตัว/ปี คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 52, 32 และ 16 ตามลำดับ (กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, 2555) การช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์เล่านั้น ปัจจุบัน มีอัตราการรอดตายประมาณร้อยะ 50 เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการช่วยชีวิตให้มีอัตราการรอดตายที่สูงขึ้น (คาดหวังเป็นร้อยละ 80-90) จำเป็นต้องจัดหาและพัฒนาวัสดุอุปกรณ์ สถานที่รักษาพักฟื้นที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ การศึกษาวิจัยหาสาเหตุการตาย ตลอดจนเผยแพร่ให้ความรู้ให้แก่ประชาชนทั่วไปในเรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และเน้นให้มีความร่วมมือของเครือข่าย ชุมชนท้องถิ่นในการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากและรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล

การฟื้นฟูหญ้าทะเล

หญ้าทะเล แหล่งหญ้าทะเลในหลายพื้นที่เสียหายเสื่อมโทรมลงไป ทั้งที่มีสาเหตุจากธรรมชาติและถูกมนุษย์รบกวน ปัจจุบันมีความพยายามของมนุษย์ในการฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลด้วยวิธีการต่างๆ แต่พบว่าการฟื้นฟูให้ประสบความสำเร็จในแง่ของการสร้างเป็นระบบนิเวศแหล่งหญ้าทะเลนั้นมีความยุ่งยากซับซ้อน ทั้งนี้เนื่องจากหญ้าทะเลจะต้องอาศัยปัจจัยสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องพัฒนาเทคนิค/แนวทางการฟื้นฟูหญ้าทะเลชนิดพันธุ์ต่างๆ โดยการศึกษาหาวิธีการที่เหมาะสมในการฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลเพื่อให้สามารถดำเนินการในบริเวณที่เหมาะสมต่อไป เช่น การเพาะขยายพันธุ์หญ้าโดยการแยกเหง้า จำนวน 4 ชนิด ได้แก่ หญ้าอำพันใบมะขาม (Halophila ovalis) หญ้าชะเงาใบมน (Cymodocea rotundata) หญ้าชะเงาใบฟันเลื่อย (Cymodocea serrulata)และหญ้าชะเงาเต่า (Thalassia hemprichii) การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และการทดลองย้ายปลูกในแหหล่งน้ำธรรมชาติ โดยมีพื้นที่ดำเนินงานที่ จังหวัดภูเก็ต ตรัง ระยอง ชลบุรี ชุมพร สุราษฏร์ธานี และสงขลา

จากจำนวนทั้งหมด 27 รายการ

สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.๒๕๕๖ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
พัฒนาระบบโดย ศูนย์สารสนเทศ กองแผนงาน
ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดในเว็บไซต์นี้ไปทำซ้ำหรือเผยแพร่ในรูปแบบใดๆ หรือวิธีอื่นใดยกเว้นเพื่อ วัตถุประสงค์ทางการศึกษา
หากมีความประสงค์ใช้ข้อมูลตัวเลขหรือข้อมูลเชิงพื้นที่ในการอ้างอิงโปรดสอบทานความถูกต้องกับหน่วยงานโดยตรง
เริ่มใช้งานตั้งแต่ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๖

Home    |    About Us    |    News    |    Career    |    Faq    |    Sitemap    |    Contact Us